ข้ามไปเนื้อหา
MakerGo · Learn - Innovative - Go Future
เข้าสู่ระบบ / สมัคร

AI Chatbot ใช้กับธุรกิจอะไรได้บ้าง รวม 8 Use Cases ที่นำไปเริ่มทำได้จริง

AI Chatbot สามารถช่วยธุรกิจตอบคำถามลูกค้า แนะนำสินค้า ค้นข้อมูล รับเรื่องเบื้องต้น นัดหมาย ติดตามงาน และแจ้งเตือนทีมได้โดยอัตโนมัติ แต่แต่ละธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้บอตเหมือนกัน จุดเริ่มต้นที่ดีคือเลือกงานซ้ำ ๆ ซึ่งมีข้อมูลอ้างอิงชัดเจน แล้วทดลองทำให้สำเร็จทีละงาน

ถ้าถามผมว่า ธุรกิจควรเริ่มใช้ AI Chatbot จากตรงไหน คำตอบไม่ใช่ “ให้บอตทำทุกอย่าง” ครับ

ให้เริ่มจากคำถามง่ายๆ ก่อนว่า มีงานอะไรที่ลูกค้าหรือทีมงานถามซ้ำบ่อย และคำตอบของงานนั้นถูกเก็บอยู่ที่ไหน?

บางธุรกิจมีข้อมูลสินค้าอยู่ใน Google Sheets บางแห่งมี FAQ อยู่ในเอกสาร ส่วนบางทีมต้องเปิดชีตเพื่อเช็กตารางงานหรืองบประมาณทุกวัน งานเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับการนำ AI Chatbot เข้ามาช่วย

AI Chatbot ต่างจาก Chatbot แบบเดิมอย่างไร

Chatbot แบบ Rule-Based ทำงานตามตัวเลือกหรือเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น กด 1 ดูสินค้า กด 2 เช็กเวลาทำการ เหมาะกับคำถามที่มีรูปแบบแน่นอนและไม่ซับซ้อน

ส่วน AI Chatbot สามารถวิเคราะห์คำถามที่เขียนมาได้หลายรูปแบบ เข้าใจเจตนาเบื้องต้น และค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเรียบเรียงเป็นคำตอบได้ยืดหยุ่นกว่า

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าอาจถามเรื่องเดียวกันว่า

หากเตรียมข้อมูลไว้ดี AI Chatbot จะช่วยจับความต้องการและตอบโดยอ้างอิงข้อมูลที่ธุรกิจกำหนดไว้ได้

อย่างไรก็ตาม บอตที่ดีไม่ควรพยายามตอบทุกเรื่อง หากไม่พบข้อมูลควรบอกตรง ๆ ว่าไม่พบคำตอบ และแนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ต่อ

สรุปการใช้งาน AI Chatbot ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ

1. AI Chatbot สำหรับธุรกิจค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ

ธุรกิจค้าปลีกมักได้รับคำถามเดิมซ้ำทุกวัน เช่น สินค้ามีสีอะไร ราคาเท่าไร มีโปรโมชันไหม จัดส่งกี่วัน หรือสามารถเปลี่ยนสินค้าได้หรือไม่

AI Chatbot สามารถช่วยตอบข้อมูลเบื้องต้นได้จากฐานข้อมูลที่ธุรกิจเตรียมไว้ เช่น

จุดสำคัญคือข้อมูลราคาและโปรโมชันต้องเป็นปัจจุบัน หากบอตค้นไม่พบข้อมูล ไม่ควรอนุมานหรือแต่งเงื่อนไขขึ้นมาเอง

สำหรับร้านที่ขายผ่าน LINE การเริ่มจากการเชื่อม LINE Official Account กับ Google Sheets จะช่วยให้ทีมปรับข้อมูลสินค้าได้สะดวก โดยไม่ต้องแก้คำตอบในตัวบอตทุกครั้ง

2. AI Chatbot สำหรับธุรกิจบริการและ SME

ธุรกิจบริการอาจไม่ได้มีสินค้าหลายร้อยรายการ แต่จะมีคำถามเรื่องแพ็กเกจ ราคา ขอบเขตงาน ระยะเวลา และขั้นตอนการใช้บริการเข้ามาซ้ำ ๆ

บอตสามารถช่วยถามข้อมูลเบื้องต้น เช่น

หน้าที่ของบอตในกรณีนี้ไม่ใช่ปิดการขายแทนพนักงานทั้งหมด แต่ช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และช่วยเตรียมข้อมูลให้ทีมขายคุยต่อได้ง่ายขึ้น

3. AI Chatbot สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ลูกค้าที่สนใจบ้านหรือคอนโดมักถามเรื่องทำเล ราคา ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก เงื่อนไขการจอง และวันเข้าชมโครงการ

AI Chatbot สามารถช่วย

ธุรกิจควรกำหนดขอบเขตให้ชัดว่า ข้อมูลใดบอตตอบได้ และเรื่องใดควรส่งต่อให้พนักงาน เช่น เงื่อนไขสินเชื่อ สัญญา หรือข้อเสนอเฉพาะบุคคล

4. AI Chatbot สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม

ธุรกิจท่องเที่ยวต้องดูแลลูกค้าหลายช่วงเวลา และบางครั้งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสอบถามนอกเวลาทำการ

AI Chatbot สามารถช่วยตอบข้อมูลทั่วไป เช่น

หากต้องการให้บอตตรวจห้องว่างหรือยืนยันการจองจริง จะต้องเชื่อมต่อกับระบบจองและกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลให้เหมาะสม

5. AI Chatbot สำหรับธุรกิจการผลิตและโลจิสติกส์

ในธุรกิจการผลิต บอตอาจช่วยค้นข้อมูลสินค้า วัตถุดิบ หรือสถานะงานจากข้อมูลที่องค์กรจัดเตรียมไว้

ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์สามารถประยุกต์ใช้กับการตอบคำถามเรื่อง

ถ้าต้องการแสดงข้อมูลแบบ Real-time เช่น สถานะพัสดุปัจจุบันหรือจำนวนสินค้าในคลัง จะต้องเชื่อมบอตกับฐานข้อมูลหรือระบบหลังบ้านผ่าน API ไม่สามารถใช้เพียงชุดคำตอบทั่วไปได้

6. AI Chatbot สำหรับธุรกิจการเงินและประกันภัย

ธุรกิจการเงินและประกันภัยสามารถใช้บอตให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนการสมัคร เอกสารที่ต้องเตรียม และรายละเอียดกรมธรรม์ทั่วไปได้

ตัวอย่างงานที่นำมาเริ่มได้ ได้แก่

ธุรกิจกลุ่มนี้ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย การควบคุมสิทธิ์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นพิเศษ ไม่ควรนำข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลลูกค้าจริงไปใส่ในระบบทดลองโดยไม่มีมาตรการรองรับ

7. AI Chatbot สำหรับโรงพยาบาลและคลินิก

บอตสามารถช่วยตอบข้อมูลที่ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค เช่น

สำหรับคำถามเกี่ยวกับอาการ การรักษา หรือข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล ต้องออกแบบระบบอย่างระมัดระวังและมีเส้นทางส่งต่อบุคลากรทางการแพทย์ที่ชัดเจน

AI Chatbot ควรเป็นตัวช่วยให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวก ไม่ควรนำเสนอคำตอบในลักษณะวินิจฉัยหรือทดแทนผู้เชี่ยวชาญ

8. AI Chatbot สำหรับทีมงานภายในองค์กร

AI Chatbot ไม่ได้มีไว้ตอบลูกค้าอย่างเดียวครับ ยังสามารถใช้เป็นผู้ช่วยของทีมได้ด้วย

ตัวอย่างเช่น ทีมการตลาดอาจถามผ่าน LINE ว่า

หากข้อมูลเหล่านี้เก็บอยู่ใน Google Sheets บอตสามารถค้นข้อมูลและตอบกลับผ่าน LINE ได้ รวมถึงตั้งเวลาแจ้งเตือนตารางคอนเทนต์หรืองานที่ต้องติดตามเข้ากลุ่มของทีม

ข้อมูลงบประมาณในตัวอย่างนี้เป็นข้อมูลที่บันทึกอยู่ในชีต ไม่ใช่การดึงข้อมูลจากแพลตฟอร์มโฆษณาโดยตรง

ธุรกิจควรเริ่มทำ AI Chatbot จากงานแบบไหน

งานแรกที่เลือกควรมีลักษณะดังนี้

  1. เป็นคำถามหรืองานที่เกิดซ้ำบ่อย
  2. มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
  3. ข้อมูลไม่ซับซ้อนหรืออ่อนไหวเกินไป
  4. สามารถตรวจได้ว่าคำตอบถูกหรือผิด
  5. มีเจ้าหน้าที่รับช่วงต่อเมื่อบอตตอบไม่ได้

ตัวอย่างที่เริ่มง่ายคือ การตอบรายละเอียดสินค้า ราคา โปรโมชัน FAQ หรือตารางงานจากข้อมูลใน Google Sheets

เมื่อระบบทำงานได้ถูกต้องแล้ว จึงค่อยเพิ่มข้อมูล เพิ่มคำถาม และเชื่อมต่อระบบอื่นตามความจำเป็น

ต้องเตรียมข้อมูลอะไรสำหรับสร้าง AI Chatbot

ข้อมูลที่ควรเตรียมขึ้นอยู่กับหน้าที่ของบอต แต่โดยทั่วไปประกอบด้วย

ข้อมูลควรเขียนให้ชัด ไม่ขัดแย้งกัน และมีผู้รับผิดชอบอัปเดต เพราะต่อให้ใช้ AI ที่เก่งเพียงใด หากข้อมูลต้นทางผิด คำตอบที่ได้ก็มีโอกาสผิดตามไปด้วย

เริ่มสร้าง LINE Chatbot ด้วย AI จากข้อมูลของธุรกิจคุณ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า “ธุรกิจของเราก็มีงานแบบนี้เหมือนกัน” คอร์สล่าสุดของ MakerGo จะพาลงมือสร้างต้นแบบไปด้วยกันครับ

สร้าง LINE Chatbot ด้วย AI ตัวช่วยปิดการขาย ดูแลธุรกิจอัตโนมัติ

ภายใน Workshop คุณจะได้เรียนรู้การเชื่อม

เราจะฝึกกับตัวอย่างที่นำไปเห็นภาพกับงานจริงได้ เช่น ตอบรายละเอียดสินค้า ราคา โปรโมชันและ FAQ รวมถึงถามตารางคอนเทนต์ เช็กงบที่บันทึกไว้ในชีต และส่งข้อความแจ้งเตือนให้ทีมผ่าน LINE

ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดคล่องมาก่อน แต่จะได้ลงมือทำกับโค้ดจริง โดยมี AI ช่วยร่าง อธิบายและปรับแก้ไปทีละขั้น

เมื่อเรียนจบ คุณจะได้ต้นแบบ LINE Chatbot ที่นำไปทดลองกับข้อมูลของธุรกิจตัวเองและพัฒนาต่อได้

ค่าเรียน 1,290 บาท จ่ายครั้งเดียว เรียนทบทวนได้ตลอด

ดูรายละเอียดและสมัครเรียนได้ที่ MakerGo

ตัวอย่างคอร์ส